ชีวิตการทำงานทำไมมันเหนื่อยขนาดนี้

เหมือนคำที่คนเขาพูดกันเอาไว้ว่า มีคนที่ไหนก็มีปัญหาที่นั่น เรื่องนี้คือเรื่องจริง ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากความ หลายเรื่องหลายราว สารพัดปัญหาที่ต้องเจอในเวลาทำงาน คนที่ หางาน แล้วได้สถานที่ทำงานที่ดี เพื่อนร่วมงานทีดี มันก็เหมือนขึ้นสวรรค์นั่นเอง การทำงานจะเต็มไปด้วยความสุข สนุกกับการทำงาน

แต่ในทางกลับกัน คนที่ได้ไปทำงานในสถานที่ที่เพื่อนร่วมงานแย่ เจ้านายแย่ แบบนี้เหมือนตกนรกเลย เพราะจะเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยการนินทา เรื่องเหล่านี้คือเรื่องหลักที่หลายคนต้องเจอ แล้วเราจะต้องทำอย่างไร

ไม่มีใครรู้ได้ว่าแต่ละคนนั้นนิสัยเป็นอย่างไร นอกจากจะได้สัมผัสกับตัวเองเท่านั้น ตอนที่เราเข้ามาทำงาน หรือตั้งแต่ตอนที่เริ่ม หางาน ก็ตาม

เราก็ไม่รู้หรอก ว่าคนในบริษัท หรือสถานที่ที่เราอยากจะมาทำงานด้วยนั้น มันเป็นอย่างไร พวกเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้าอะไรเหล่านั้น พวกเรื่องที่ดีและไม่ดีต่าง ๆ เราก็มาเจอหลังจากที่เราเข้ามาทำงานแล้วนั่นแหละ

บางคนเจอเพื่อนร่วมงานแย่ ถึงกับทนไม่ได้ก็มี ลาออกจากงานตั้งแต่เข้าทำงานเดือนแรกก็มี อย่างที่เราเห็นหลายๆคนเข้ามาบ่นในเว็บไซต์ต่างๆ มาตั้งกระทู้เล่าความในใจถึงชีวิตการทำงาน เรื่องแบบนี้มันก็อยู่ที่ตัวของเราด้วย ว่าเราจะสามารถทนได้หรือไม่ ถ้าเราสามารถที่จะทนได้ ไม่สนใจต่อเสียงนินทาของบรรดาเพื่อนร่วมงานแล้ว เราก็สามารถที่จะทำงานได้เหมือนเดิม

แต่ถ้าเราไม่สามารถทนได้ เราก็แค่ต้องไป หางาน ใหม่เท่านั้นเอง ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร เราอาจจะยังไม่เจอสถานที่ทำงานที่ใช่สำหรับเราก็ได้ เชื่อว่ามันต้องมีสักที่แหละ ที่เป็นสถานที่ที่เราชอบใจ และมีความสุขกับการทำงานในที่นั้น

และปัญหาอย่างหนึ่งที่เด็กจบใหม่มักจะเจอหลังจากการเข้าทำงานครั้งแรกนั้นก็คือ การทำงานไม่เป็น อันนี้ถือเป็นเรื่องปรกติของเด็กที่จบใหม่ ที่อาจจะยังไม่เป็นงาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

เรา หางาน อยากจะมาทำงานตั้งใจมาดีแล้วว่าเราจะมาทำงานนี้ ก็เป็นเรื่องปรกติที่เราจะยังไม่เก่ง มันต้องอาศัยเวลาในการสะสมประสบการ์ด้วย จะให้ไปเก่งในวันแรก เดือนแรก ของการทำงานนั้นมันก็เป็นไปได้ยาก

แต่บางคน พอทำงานได้ไม่ดี แบ้วโดนเจ้านายด่าว่า ก็กลับทนไม่ได้ เพราะน้อยใจตัวเองว่าทำงานไม่เก่ง ก็ถึงขั้นลาออกก็มี ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยที่เราจะต้องลาออก แล้วไป หางาน ใหม่ เราแค่ต้องศึกษา ตั้งใจทำงานในงานที่เราทำให้ดียิ่งๆขึ้นเท่านั้นเองอะไรที่เราไม่รู้หรือว่าสงสัย เราก็ต้องถามคนที่เข้ามาทำงานก่อนเรา เราจะได้เก่งเร็วๆ ไม่ใช่มากดดันตัวเองว่าตัวเองทำงานไม่ดี แล้วก็ต้องลาออก

ปัญหาในการทำงาน มันเป็นเรื่องปรกติที่คนทำงานทุกคนจะต้องเจอ ไม่ว่าใครทั้งนั้น ไม่มีใครคนใด หรือสถานที่ทำงานที่ใด ที่เพอร์เฟคทุกอย่าง เหมือนอย่างที่ใจเราต้องการแน่นอน มันก็ต้องมีข้อดีข้อเสียบ้าง ก็อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับมันได้หรือไม่เท่านั้นเอง

ข้อควรรู้เมื่อต้องซื้อเครื่องนอนออนไลน์

ยุคสมัยนี้เป็นยุคของความสะดวกและรวดเร็ว การใช้สื่อทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความบันเทิง การจับจ่ายใช้สอย การช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง  เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาออกจากบ้าน แต่การซื้อของทางออนไลน์บางอย่างก็ไม่ค่อยจะเป็นผลดีค่ะ เพราะเราไม่ได้สัมผัสสินค้าโดยตรง ดังนั้นการประเมินว่าสินค้านั้นดีหรือไม่ก็อาจจะทำได้ไม่ค่อยเต็มที่นัก โดยเฉพาะเรื่องของสินค้าที่ต้องใช้การสัมผัส หรือทดลองใส่ อย่างเช่น เครื่องนอนต่าง ๆที่ตอนนี้ก็ใช้ช่องทาง เป็นการขายเครื่องนอนออนไลน์  และเพื่อความมั่นใจในการเลือกซื้อ เครื่องนอนต่างๆ เรามาดูกันค่ะว่าเราจะต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อให้การช้อปปิ้งของเราง่าย และได้ของดีมีคุณภาพ

สิ่งแรกที่เราต้องรู้คือ ขนาดของเตียง ที่เราใช้ และก่อนเลือกซื้อเราต้องวัดขนาดเตียงก่อนทุกครั้ง  เพราะขนาดของผ้าปูที่นอนก็ย่อมมีขนาดที่แตกต่างกันไปตามแหล่งผลิตแต่ละที่เรียกว่าได้มาตรฐานของตัวเอง แทนที่จะเป็นมาตรฐานสากล นั่นเองค่ะ ดังนั้นเราจึงต้องเลือกที่จะมีข้อมูลทุกอย่างให้พร้อม และอย่าวางใจกับขนาดผ้าปูที่ระบุมาข้างกล่องนัก เพราะบางทีอาจจะไม่ตรงกับขนาดเตียงของเราจริงๆ ก็ได้ ดังนั้น เราควรพิจารณาให้ดีก่อนการเลือกซื้อเครื่องนอนออนไลน์ค่ะว่า ความกว้างความยาวความสูงของผ้าปูที่เราจะซื้อมีขนาดเท่าไหร่ เข้ากับที่นอนของเราหรือไม่ เป็นต้น

ส่วนที่สองคือ การเลือกสีและลวดลาย  เนื่องจากในโลกออนไลน์มีรูปแบบของงานที่หลากหลาย สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญคือ สีหรือลายที่เห็นในภาพ เป็นงานจริงหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เราอาจจะได้ผ้าปูสีที่เพี๊ยนไปจากที่เราเห็นในภาพก็ได้ค่ะ และที่สำคัญ ควรเลือกสีผ้าปูที่นอนที่เข้ากับห้องของเรา และเป็นสีโทนเย็น จะช่วยทำให้หลับสบายขึ้น

วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตชั้นงานนั้นๆ ทำมาจากอะไร และแต่ละอย่างมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร เช่น เส้นใยที่ใช้ทอ ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ 100% หรือไม่ เช่น ผ้าฝ้าย หรือผ้าใยไผ่ เป็นต้น หรือเป็นเส้นใยสังเคราะห์ หรือเส้นใยผสม เพราะแต่ละอย่างก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปนั่นเองค่ะ

คุณภาพของผาปูที่นอน หรือปลอดหมอน เราสามารถตรวจสอบได้จากจำนวนเส้นใยที่ใช้ในการทอ ซึ่งจำนวนเส้นใยนี้ จะบอกจำนวนเส้นด้ายที่ทอขึ้นเป็นผืนผ้า  หนึ่งตารางนิ้ว โดยส่วนใหญ่จะมีเส้นด้ายอยู่ที่ประมาณ 180-300 เส้น จะเป็นจำนวนที่ทำให้ผ้ามีความหนานุ่มขึ้นนั่นเองค่ะ

เลือกคอนโดให้ถูกใจ เรื่องอะไรบ้างที่คนรุ่นใหม่ต้องการ

เลือกคอนโดให้ถูกใจ

หากพูดถึงคอนโดมิเนียมสำหรับอยู่อาศัยนั้น ไม่ว่าคุณจะจัดเป็นผู้ซื้อ หรือผู้เช่า  แต่หากมีวัตถุเพื่อการอยู่อาศัยเองแล้ว ห้องพักที่จะเลือกก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตามใจผู้อยู่แบบสุดๆค่ะ  ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าคอนโดไหนก็จะสามารถตอบโจทย์ได้ครบ แถมไลฟ์สไตล์คนสมัยใหม่นั้น ก็แทบจะแตกต่างจากคนสมัยก่อนโดยสิ้นเชิง  โดยคอนโดที่คนรุ่นใหม่ต้องการควรจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ลองมาดูข้อมูลของเรากันค่ะ

  1. รถไฟฟ้า

เรียกว่าเป็นความต้องการอันดับหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับคนรุ่นใหม่ เพราะการที่คอนโดอยู่ใกล้รถไฟฟ้านั้น ย่อมหมายถึงการเดินทางที่สะดวกสบายๆ และสามารถเดินทางไปสถานที่กลางเมืองทั้งหลายได้แบบที่ไม่ต้องผจญรถติด  ซึ่งนอกจากจะเป็นการประหยัดเวลาแล้ว ยังหมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ถูกกว่าอีกด้วย ซึ่งหากนำต้นทุนต่างๆมาคำนวนดูแล้ว เชื่อว่าการลงทุนในคอนโดนที่ติดรถไฟฟ้านั้นถือว่าคุ้มค่าในระยะยาวแน่นอนค่ะ

  1. ที่จอดรถ

ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าสับสนของคนยุคใหม่อยู่พอสมควร เพราะในขณะที่หลายๆคนต้องการรถไฟฟ้า แต่ก็ยังมีความต้องการที่จอดรถที่เพียงพอด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นเก่าก็ต้องการที่จะมีรถเป็นของตัวเองค่ะ และในเมื่อทุกคนมีรถ ความต้องการในที่จอดรถจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย  โดยผู้ซื้อต้องมีการสำรวจที่จอดรถของคอนโดที่จะซื้อให้ดีด้วยค่ะ ว่ามีการสร้างพื้นที่ไว้เพียงพอต่อผู้อยู่อาศัยหรือไม่

  1. สระว่ายน้ำ

ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นที่สุด แต่ถือเป็นหนึ่งในความต้องการสูงสุดของผู้ซื้อคอนโดเลยค่ะ  เพราะหากเราไม่ใช่เศรษฐีที่สามารถสร้างสระว่ายน้ำส่วนตัวไว้ในบ้านแล้ว การซื้อคอนโดก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณจะมีสระว่ายน้ำไว้ใกล้ตัวในแบบที่ฟินสุดๆ  ถึงแม้ว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนกลางแต่ก็ถือเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากทีเดียว

  1. การตกแต่ง

เรียกได้ว่าเป็นจุดขายของคอนโดแต่ละแห่งเลยทีเดียว เพราะการได้อาศัยอยู่ในสถานที่ที่มีการตกแต่งอย่างสวยงามก็ถือเป็นความฟินอย่างหนึ่งค่ะ  โดยไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภายนอกหรือภายใน  การตกแต่งก็ควรจะมีสไตล์ที่ตรงกับความชอบของคุณเอง  นอกจากนี้ สำหรับคอนโดที่มีการตกแต่งภายในพร้อมแล้ว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ไม่น้อย  เพราะโดยรวมแล้วอาจจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการตกแต่งด้วยตัวเองค่ะ แถมยังไดสไตล์ที่สวยงามลงตัวมากกว่าอีกด้วย  อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณาเช่นกัน

คิดให้ดีก่อนเซ็นต์สัญญา เพิ่งเรียนจบจะซื้อบ้านดีไหม มาดูกัน

 เพิ่งเรียนจบจะซื้อบ้านดีไหม

สมัยนี้ ใครๆก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะคอนโดที่มีให้เลือกหลายขนาด หลายราคา ทำให้แม้กระทั่งคนที่เพิ่งเรียนจบและเพิ่งเริ่มทำงานก็คิดที่จะเริ่มผ่อนบ้านเช่นกัน แต่ก่อนที่ตัดสินใจลงทุนระยะยาวด้วยเงินก้อนใหญ่เช่นนี้ ทุกคนก็ควรมีการตัดสินใจอย่างรอบคอบด้วยค่ะ เพราะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็ไม่ใช่จะเหมาะกับทุกๆคน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ยังมีการงานที่ไม่ค่อยมั่นคงหรือเพิ่งเริ่มทำงานนั้น ลองมาพิจารณาประเด็นที่เรานำมาฝากกันดูก่อนตัดสินใจอีกครั้งค่ะ

  1. โอกาสในการลงทุน

อย่างที่ทราบกันดีว่า การลงทุนนั้นมีให้เลือกมากมายหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น พันธบัตร หรือการลงทุนในกองทุนต่างๆ  ซึ่งความแตกต่างระหว่างการลงทุนในระยะสั้นและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้น ก็คือเรื่องของความยืดหยุ่นและระยะในการลงทุน ดังนั้น หากเป็นคนทำงานที่เพิ่มเรียนจบและยังมีเงินทุนไม่มากนัก การนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็จะทำให้ขาดโอกาสในการลงทุนด้านอื่นไป แถมยังตามมาด้วยความเสี่ยงด้านอื่นๆอีกด้วย

  1. ความเสี่ยงด้านเงินทุน

สำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบได้ไม่นานนัก โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีเงินทุนไม่มากนัก ดังนั้น การนำเงินมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องใช้เงินทุนสูงอาจทำให้สภาพคล่องทางการเงินของคุณลดต่ำลง  ซึ่งนอกจากจะไม่สามารถนำเงินไปลงทุนแบบอื่นๆแล้ว ยังอาจส่งผลให้ขาดสภาพคล่องสำหรับเงินที่ใช้จ่ายอีกด้วย  ซึ่งสำหรับคนที่ต้องกู้เงินมาผ่อนบ้านนั้น การขาดสภาพคล่องจนไม่สามารถส่งงวดผ่อนบ้านได้จะกลายเป็นปัญหาที่บานปลายต่อมา

  1. ความเสี่ยงด้านต้นทุนอื่นๆ

ในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้น จะคำนวนต้นทุนเพียงแค่ค่าผ่อนบ้านและดอกเบี้ยไม่ได้ เพราะบ้านนั้นถือเป็นสินทรัพย์ที่อาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมบำรุงบ้าน หรือค่าใช้จ่ายส่วนกลางในกรณีคอนโด  นอกจากนี้ ยังมีค่าตกแต่ง และค่าเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งแต่ละอย่างนั้นถือเป็นต้นทุนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว  ซึ่งสำหรับคนที่ยังมีเงินทุนไม่มากจนต้องกู้เงินนั้น อาจจะยิ่งทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นไปอีก  ดังนั้น หากคนที่ต้องการหาที่อยู่อาศัยในช่วงที่ยังไม่มีความมั่นคงทางการเงินมากนัก แนะนำให้เลือกที่อยู่อาศัยแบบเช่าไปก่อนจะดีกว่าค่ะ

จากข้อมูลที่เรานำมาฝาก จะเห็นได้ว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้น ถือเป็นเรื่องที่มีเงื่อนไขมากพอสมควร แต่ก็ไม่ได้หมายถึงเป็นการลงทุนที่ไม่ดีค่ะ เพียงแต่ผู้ที่สนใจจะต้องมีการศึกษาข้อมูลและเตรียมพร้อมทางการเงินให้เพียงพอก่อนที่จะตัดสินใจ

4 สเตปการลงทุนกับคอนโด จะอยู่หรือปล่อยเช่าก็ต้องดูไว้อย่างให้พลาด

สเตปการลงทุนกับคอนโด

สมัยนี้การลงทุนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการฝากเงินหรือการลงทุนในหุ้นอีกต่อไปแล้ว เพราะเรามีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่สมัยนี้แม้แต่คนที่เพิ่งทำงานไม่นานก็ยังสามารถซื้อได้ค่ะ เพราะปัจจุบันมีโครงการคอนโดให้เลือกมายมายหลากหลายราคา  ซึ่งหากใครที่สนใจจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็ควรจะต้องศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจ  โดยจะมีเรื่องอะไรที่ต้องพิจารณาบ้างนั้น  เรามีข้อมูลดีๆมาฝากกันค่ะ

  1. เลือกทำเลที่ตั้ง

ในการเลือกซื้อคอนโดซักที่นั้น สิ่งแรกที่ผู้ซื้อจะนึกถึงมักจะเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้งค่ะ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่เลือกอยู่คอนโด ส่วนหนึ่งก็ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือซื้อเพื่อปล่อยเช่าว ก็ควรต้องเลือกคอนโดนที่มีการคมนาคมสะดวกสบายเป็นหลัก  โดยอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า แต่ก็ควรอยู่ในเส้นของรถไฟฟ้าและสามารถเดินไปถึงสถานีได้อย่างสะดวกค่ะ

  1. ดูงบประมาณของตัวเอง

ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆเช่นกัน เพราะงบประมาณก็หมายถึงขนาดและลักษณะของคอนโดที่เราจะซื้อด้วย โดยหากเรามีงบค่อนข้างสูงก็อาจสามารถเลือกคอนโดที่อยู่ในย่านกลางเมือง เช่น สุขุมวิท สีลม หรือในโซนใกล้รถไฟฟ้ากลางเมืองต่างๆ  แต่หากงบน้อยลงมาหน่อย ก็อาจเลือกเป็นคอนโดที่อยู่ติดรถไฟฟ้าแถบชานเมืองแทน  โดยขอดีก็คือ จะมีราคาถูกกว่ากันมากค่ะ เพียงแค่คุณอาจต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติเพียงเล็กน้อย ซึ่งโดยรวมแล้วก็ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว

  1. ดูห้องพักของจริง

ก่อนจะตัดสินใจเซ็นต์สัญญานั้น  ผู้ซื้อจำเป็นต้องลงไปสำรวจคอนโดที่ตนเองสนใจด้วยตัวเองค่ะ  ซื้อหากเป็นคอนโดที่สร้างเสร็จแล้วก็อาจทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเพราะสามารถเข้าไปสำรวจห้องพักของจริงได้  แต่หากเป็นคอนโดที่ยังสร้างไม่เสร็จ ก็จำเป็นต้องดูห้องตัวอย่างประกอบกับดูความหน้าเชื่อถือของบริษัทผู้สร้างร่วมด้วยค่ะ

  1. ศึกษาเรื่องไฟแนนซ์

เมื่อตัดสินใจเลือกคอนโดที่ต้องการได้อย่างแน่นอนแล้ว สำหรับคนที่ตัดสินใจกู้แบงค์ก็ควรต้องมีการศึกษาดอกเบี้ยของแต่ละแบงค์รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการประเมินประกอบการตัดสินใจด้วยค่ะ  ซึ่งโดยปกติแล้ว ในช่วง 3 ปีแรกนั้นมักจะมีดอกเบี้ยพิเศษที่ถูกกว่าในช่วงปีหลังๆ  นอกจากนี้ ยังอาจศึกษาโปรโมชั่นเพิ่มเติม เช่น ดอกเบี้ยพิเศษสำหรับข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานแบงค์ หรือพนักงานบริษัทต่างๆ ซึ่งมักจะได้ดอกเบี้ยที่พิเศษกว่าบุคคลทั่วไป  ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปอีกมากทีเดียว  นอกจากนี้ แต่ละแบงค์ยังอาจมีการลดค่าธรรมเนียมบางประเภทให้อีกด้วยค่ะ